วัฒนธรรม
วัดศรีพนมมาศ

วัดศรีพนมมาศ

วัดศรีพนมมาศ (วัดโท่ง) ตั้งอยู่เลขที่ 384 หมู่ 2 ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินของวัด 55 ไร่ ร่วมกับที่ดินป่าช้าสาธารณะ 20 ไร่ รวมเป็น 75 ไร่ วัดศรีพนมมาศ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2497 เริ่มแรกที่ดินเป็นป่าช้า โดยชาวเชียงคานได้สร้างขึ้น โดยมีพระมหาบุญหนัก สิริปุณโญ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ได้สร้างขึ้นวัดศรีพนมมาศมีกำแพงรอบทั้งหมด 75 ไร่ มีประตูเข้าออก 2 ด้าน ด้านหนึ่งเข้าทางหน้าศาลา ประตูที่ 2 เข้าทางประตูศาลาบำเพ็ญกุศลประตูทั้งสองของวัดจะอยู่ทางทิศเหนือ ปัจจุบัน ได้สร้างเจดีย์ศรีพนมมาศ เริ่มสร้างปี พ.ศ. 2550 สร้างไปแล้วประมาณ 20% งบในการสร้างประมาณ 9- 10 ล้านบาท เจดีย์ศรีพนมมาศมี 2 ชั้น ชั้นที่ 1 ใช้เป็นที่อบรมปฏิบัติกรรมฐานได้จัดเป็นที่ประชุมของคณะสงฆ์ ศาสนพิธีต่าง...
วัดโพนชัย

วัดโพนชัย

ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซอย 2-3 ชมพระอุโบสถที่มีรูปสถาปัตยกรรมล้านช้างผสมสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่พระยาศรีอรรคฮาตเป็นผู้สร้าง และเคยเป็นที่ตั้งที่ว่าการเมืองเชียงคาน ก่อนจะย้ายไปอยู่ในที่ปัจจุบันแก่งคุดคู้ ห่างจากตัวเมืองเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร
วัดป่าใต้

วัดป่าใต้

ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2415 เดิมเป็นวัดป่าธุดงค์ สำหรับพระมาจำพรรษา ต่อมาพระครูศรสิริสุโข พร้อมด้วยชาว บ้านร่วมกันสร้างให้มั่นคงถาวรขึ้น พระอุโบสถเก่าแก่ประดับภาพจิตกรรมฝาผนังเป็นพุทธประวัติ ฝีมือช่างชาว เชียงคาน
วัดภูช้างน้อย

วัดภูช้างน้อย

ขึ้น ภูไหว้พระใหญ่ อธิฐานขอพร ก่อนชมเมืองเชียงคานจากยอดภูช้างน้อย วัดภูช้างน้อยเป็นวัดป่า ซึ่งชาว เชียงคานได้สร้างขึ้น พระพุทธรูปองค์ใหญ่บนยอดเขามองเห็นเด่นเป็นสง่า ให้ทราบว่าท่านมาถึงเมืองเชียงคาน เมืองแห่งธรรมมะแล้ว
วัดสันติวนาราม

วัดสันติวนาราม

ตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2482 โดยพระครูพิทักษ์สังฆการ เป็นผู้นำชาวบ้านสร้างขึ้น เดิมชื่อว่า “วัดป่าศิริพิทักษ์อรัญญ วาส” ต่อมาพระพิมลธรรมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดสันติวนาราม” ภายในวัดมีมณฑปประดิษฐานรายพระพุทธบาท จำลอง และบริเวณรอบอุโบสถ มีพระพุทธรูปสีทองอร่าม ประดิษฐานเรียงรายนับร้อยองค์งดงามมาก วัดสันติวนาราม ตั้งอยู่เลขที่ 381 บ้านเชียงคาน ถนนมะลิวัลย์ หมู่ 1 ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 12 ไร่ 98/10 ตารางวา โฉนดเลขที่ 2481วัดสันติวนาราม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2482 โดยมีพระครูพิทักษ์สังฆการ เป็นผู้นำชาวบ้านสร้างวัดขึ้นในที่ดินซึ่งได้รับบริจาคจากนายเมธา นันทนา และนายแสน จันทไชยา เดิมตั้งชื่อวัดว่า วัดป่าศิริพิทักษ์อรัญญวาส ต่อมา พ.ศ. 2500 พระพิมลธรรมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดสันติวนาราม ตามสภาพสถานที่ตั้งวัด ซึ่งเป็นป่าสงบเงียบเหมาะแก่การนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ชาวบ้านเรียกว่า “วัดป่าช้า” หรือ “วัดโนนป่าช้า” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 26...
วัดป่ากลาง

วัดป่ากลาง

เดิมเป็นวัดเล็กๆ สองวัด คือ วัดกลางและวัดป่า เนื่องจากวัดกลางตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จึงถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพัง เข้า มาถึงวัด ชาวบ้านจึงย้ายมารวมวัดสองวัดเข้าเป็นวัดเดียวกันเมื่อปี พ.ศ.2466 เรียกชื่อว่า “วัดป่ากลาง” ต่อมาสมัยพระมหาเกียรติ วฑฒิสาโร ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดมัชฌิมาราม” พระประธานในอุโบสถเป็น พระพุทธ รูปปูนปั้นปางมารวิชัย ภายในบริเวณวัด มีอาคารส้วมโบราณ ซึ่งชาวบ้านได้อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ

ตั้งอยู่ ซอย 14 วัดมหาธาตุ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเมืองเชียงคาน ไปชมพระอุโบสถไม้เก่าแก่รูปแบบล้านช้าง ภายในประดิษฐานพลวงพ่อใหญ่ บริเวณหน้าจั่วมีภาพเขียนบอกเล่าเรื่องราวประวัติเมืองเชียงคาน และมีเจดีย์ก่ออิฐที่เชื่อกันว่าสร้างทับรูพญานาค นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถหลังใหม่ ที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้างที่สวยงาม วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่เลขที่ 22 บ้านเชียงคาน ถนนศรีเชียงคาน หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน โฉนดเลขที่ 35 อุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2202 ศาลาการเปรียญ อาคารคอนกรีต หอสวดมนต์ อาคารคอนกรีต กุฏิสงฆ์ 10 หลังศาลาอเนกประสงค์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 ศาลาบำเพ็ญกุศล 1 หลัง ซุ้มประตู ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปปางประทานพร 9 องค์ นอกจากนี้มีตู้พระธรรมไม้ลงรักปิดทอง หีบพระธรรมไม้ลงรักปิดทอง วัดมหาธาตุ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2197...
วัดท่าแขก

วัดท่าแขก

วัดท่าแขก เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากอำเภอเชียงคาน 2 กิโลเมตร ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้ ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป 3 องค์สกัดจากหินทรายทั้งก้อน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี ประวัติและตำนานวัดท่าแขก อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ประวัติความเป็นมา วัดท่าแขกเป็นวัดเก่าแก่โบราณกาล ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงห่างจาก อำเภอเชียงคาน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนถึงบ้านน้อยและสถานที่ท่องเที่ยงแก่งคุดคู้ วัดท่าแขกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ พ.ศ.2209 ตรงกับ จุลศักราช 1028 วันเสาร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย ตามหลักศิลาจารึกตัวหนังสือ กล่าวว่า ท้าวสุวรรณแผ้วพ่าย พระโอรสของกษัตริย์ลานช้าง แห่งเมืองหลวงพระบาง เป็นผู้ก่อสร้าง พระประธานในวัดเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ประมาณ 300กว่าปี แกะสลักด้วยหินทั้งก้อน รวมทั้งหมดมี 3 องค์ องค์แรก เป็นพระพุทธรูปนั่งปางสมาธิ หน้าตักกว้างประมาณ 2 ศอก...
การสืบสานประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

การสืบสานประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

ประเพณี สงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งเป็นเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้ มีลักษณะทั้งความเป็นประเพณีประจำชาติ และประเพณีท้องถิ่น เนื่องจากว่าเมื่อถึงวันที่ 13,14,15 เมษายนของทุกปี ประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง และใต้ ถือปฏิบัติประเพณีสงกรานต์กันทุกภูมิภาค โดยมีองค์ประกอบส่วนร่วมที่ปฏิบัติเหมือนกัน ได้แก่ การทำบุญ สรงน้ำพระ และรดน้ำผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ถือปฏิบัติแตกต่างกันไปตามสภาพ ทางสังคมวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อศึกษาประเพณีสงกรานต์ดังกล่าวจึงต้องพิจารณาลักษณะรูปแบบ ต่าง ๆ ที่แสดงออกซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ประเพณีสงกรานต์ถือเป็นประเพณีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่ยึดถือ ปฏิบัติมา แต่โบราณ ช่วงวันสงกรานต์จึงเป็นวันแห่งความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพัน ที่มีต่อกันทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา ทำให้สมาชิกของครอบครัวได้มีโอกาสมาอยู่ร่วมกันเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตา เช่น ลูกหลานนำสิ่งของมาเยี่ยมเยียน และรดน้ำขอพรจากบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย รวมทั้งแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ การสร้างความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ได้แก่ การร่วมกันทำบุญให้ทาน การก่อพระเจดีย์ทรายและเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา การเล่นสาดน้ำเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงร่วมกัน นอกจากนี้ ยังสร้างความรู้สึกผูกพันกลมเกลียวต่อบุคคลในสังคมเดียวกัน...
หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ

หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2448 มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ปัจจุบันยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ มีบ้านที่สร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ รวมทั้งเครื่องใช้ต่างๆในชีวิตประจำวันที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ ในอดีตและยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของชาวบ้าน โดยสามารถชมการทอผ้าและเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้ นักท่องเที่ยวที่สนใจที่จะสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ชาวไทดำแบบโฮมสเตย์ สามารถติดต่อได้ที่สมาคมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำก่อนล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ โทร. 08 1048 2000 พัก 1 คืน อาหาร 2 มื้อ ราคา 300 บาท/คน การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-เชียงคานไปประมาณ 38 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางไปบ้านนาสีจนถึงบ้านาป่าหนาดอีกประมาณ 10 กิโลเมตร โฮมสเตย์บ้านไทดำ อ.เชียงคาน จ.เลย ดำเนินงานโดยศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านไทดำ กิจกรรมที่ท่านจะได้รับ พิธีสู่ขวัญต้อนรับ ชมการทอผ้าจากกลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านไทดำ ดูลวยลายการทอผ้าและความหมายของลายผ้าแต่ละชนิด สำหรับที่พักทั้งหมดมี 20 หลังคาเรือน รองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 160-180 คน มีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 08-1048-2000  
งานออกพรรษาอำเภอเชียงคาน

งานออกพรรษาอำเภอเชียงคาน

“ลอยผาสาด ดารดาษนทีโขง” ประจำปี เดือน ตุลาคม  ณ หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงคาน งานออกพรรษาอำเภอเชียงคาน เป็นประเพณีที่เกิดขึ้นจากพระวินัยของพระสงฆ์และผสมผสานกับความเชื่อตามฮีต สิบสอง คลองสิบสี่ งานประเพณีออกพรรษาที่เชียงคานมีจุดเด่นที่มีผาสาดลอยเคราะห์ ถือเป็นการเสริมดวงชะตา และระลึกถึงพระคุณแม่น้ำโขง (พระเมตตา) ทำจากหยวกกล้วย ลักษณะคล้ายกระทง ตกแต่งด้วยดอกผึ้ง เทียน ดอกไม้ ของคาว และของหวาน เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ ที่สืบทอดกันมายาวนาน และนับว่ามีเพียงแห่งเดียวที่อำเภอเชียงคาน ซึ่งนักท่องเที่ยวน่าจะถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มาร่วมวิถีวัฒนธรรม โบราณที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น กิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ ขบวนแห่ปราสาทผึ้ง การแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนฯ ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี การแข่งขันฟุตบอลเชียงคานคัพ ต้านยาเสพติด ชิงถ้วยพระราชทานพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน การไหลเรือไฟ การลอยผาสาด การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อำเภอเชียงคาน โทร.0-4282-1597 เทศบาลตำบลเชียงคาน โทร.0-4282-1914 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย โทร. 0-4281-2812, 0-4281-1405 email:tatloei@tat.or.th
ใส่บาตรข้าวเหนียว ณ เชียงคาน

ใส่บาตรข้าวเหนียว ณ เชียงคาน

ใส่บาตรข้าวเหนียว ณ เชียงคาน Editor’s Comment จุดเด่น: ชาวเชียงคานจะไม่นิยมใส่อาหารใดๆ ลงในบาตร จะมีก็เพียงข้าวเหนียว หรืออาจมีขนมบ้าง หรือกล้วยบ้างเท่านั้น แต่ของทุกอย่างจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ และที่สำคัญ… ชาวเชียงคานจะไม่นำเงินใส่บาตรพระโดยเด็ดขาด จุดด้อย: นักท่องเที่ยวบางส่วนยังขาดความเข้าใจใน ประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น บางรายนำความคุ้นเคยจากท้องถิ่นตนเองมาใช้ เช่น นำอาหารใส่ลงในบาตร หรือนำเงินใส่บาตรพระเป็นต้น บทสรุป: “การใส่บาตรข้าวเหนียว” เป็นกิจกรรมที่ชาวเชียงคานทำสืบเนื่องต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน นักท่องเที่ยวควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงประเพณีปฏิบัติของแต่ละสถานที่ เพื่อการเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอันดีงามที่ได้ยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างช้า นาน   เมื่อพูดถึง “ใส่บาตรข้าวเหนียว” เชื่อว่าในความคิดแรกของใครหลายๆ คน มักจะนึกไปถึงประเพณีการใส่บาตรยามเช้าที่เลื่องชื่อ ณ หลวงพระบาง ประเทศลาว บ้านพี่เมืองน้องของไทยขึ้นมาในทันที ชาวบ้านจะนั่งรอ เพื่อใส่บาตรกันอย่างเป็นระเบียบ ตักบาตรยามเช้าหน้าร้านรักเลย   แต่ความจริงแล้วจะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ภายในอำเภอเล็กๆ ติดริมฝั่งแม่น้ำโขงอย่างเชียงคาน จังหวัดเลย ทุกๆ เช้าจะมีพระภิกษุออกเดินบิณฑบาตเรียงรายบนถนนสายริมโขง เพื่อรอให้ชาวบ้านที่นี่ได้ใส่บาตรกันอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านของตนเองมาเนิ่น นานแล้วเช่นกัน และนี่ถือเป็นวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย และงดงาม ไม่ต่างอะไรจากการใส่บาตรข้าวเหนียวอันเลื่องชื่อของหลวงพระบางเลย… ประเพณีการใส่บาตรเข้าเหนียวยามเช้าของไทเชียงคาน ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่จะทำให้อำเภอเล็กๆ...